Home » หางานทำในต่างแดน » ประสบการณ์ทำงานที่ แรก ที่อเมริกา (1st job in the U.S. – May 2007 – Nov 2009)

ประสบการณ์ทำงานที่ แรก ที่อเมริกา (1st job in the U.S. – May 2007 – Nov 2009)

เจ้าของบทความ : Waen W. Roll

https://www.facebook.com/wroll

แอดมิน ขอขอบคุณ ประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ จากพี่แหวน มากๆครับ

ประสบการณ์ทำงานที่ แรก ที่อเมริกา

… อยู่เมืองไทย ทำงานด้านบัญชีมาเกือบสิบปี ส่วนใหญ่บริษัทญี่ปุ่นและ ยุโรป ไม่เคยทำงานบริษัทคนไทย ใช้ภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่นในการสื่อสาร (ซึ่งปัจจุบันลืมสนิท)…

>

งานแรกที่อเมริกา

>

เริ่ม หาข้อมูลเรื่องงานประมาณ ต้นเดือนเมษายน 2007 หลังจากอยู่ที่อเมริกาได้ สามเดือน และ จบคอร์ส quickbooks ได้ใบประกาศไว้ติด เรซูเม่

>

เนื่อง จากตัวเองยังไม่ได้เวิคเพอมิท จึงหาข้อมูลและเตรียมเรซูเม่ ใช้เรซูเม่ จากบ้านเราส่งให้พ่อสามี ช่วยแสกนตรวจสอบให้ เขาแนะนำไม่ให้ติดรูป (ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยรู้)

>…ช่วงนั้น linkedin ไม่มี และไม่รู้จัก แต่สมัครงานผ่าน monster and career builders. สร้างโปรไฟน์ตัวเองไว้ แต่ไม่ได้งานผ่านที่นี่เลย

>

เริ่ม ส่งใบสมัครเมื่อต้นเดือนเมษายน 2007 เพราะคิดว่าตัวเองคงจะได้ ใบทำงานภายในเดือน หรือสองเดือน เพราะการหางานใช้เวลาพอสมควร…สมัครงานอย่างน้อย วันละที่ผ่านเน็ท มากกว่า 50% เงียบสนิท และ ได้รับการตอบรับว่าเราไม่มีคุณสมบัติ ทั่วไป…

>

ได้ สัมภาษณ์งานจริง ๆ แค่ 3 ที่เท่านั้น ที่แรก เป็นบริษัท United Health Care คุยกับ ฝ่ายบุคคลทางโทรศัพท์ 3 (ฝ่ายบคุลลอยู่ที่ นิวยอร์ค) รอบ และรอผลว่าทางยูท่าร์จะสัมภาษณ์เราไม๊ ผลคือ เขาไม่ต้องการที่จะสัมภาษณ์เรา

>

บริษัท ที่ 2 , เป็น บริษัทท้องถิ่น มีหลายสาขามาก ที่ยูทาร์ เหมือนตัวแทนจำหน่าย สัมภาษณ์ กับ president ของบริษัทเลย เหมือนจะ ได้ เพราะมีคน เวียดนาม และเอเชีย อื่น ๆทำงานอยู่ แต่ไม่ได้.

>

..ครั้งที่สาม รู้จักงานนี้ผ่านทาง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และการส่งไปสมัครคือ ทางแฟคเท่านั้น บริษัท เล็ก ๆ SwipeClock.Com เป็นบริษัทเกี่ยวกับ เทคโนโลยี

>

ไม่ รู้จักใครเลย ให้สามี แฟคใบสมัครจากที่ทำงาน และใช้ใบ cover page ผิด บริษัท อีกด้วย.. รวดเร็วมาก หลังจากสามีแฟคเอกสารก็ถูกเรียกให้ไปสัมภาษณ์ เมื่อวันพฤหัส และรู้ผลในวันนั้น สรุปได้งาน

>

เขาก็ถาม ทั่วไป เราได้แต่ตอบ yes, no, เพราะ ยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองท่าไร งานนี้เป็นตำแหน่ง Bookkeeper…. ได้เลื่อนเป็น Controller ปีสุดท้ายก่อนออกจากงาน เริ่มงานวันจันทร์ถัดมา

>

…ยอม รับว่าโชคดีมาก เพราะ คนที่ตรวจใบสมัครเราคือ คนที่เราจะไปทำงานแทน เขา เนื่องจากเขาจะย้ายไปทำงานรัฐอื่นตามสามี…และเขามีเพื่อนคนไทย และบอกว่าเพื่อนเขาน่ารัก.

>

..จริง ๆ แล้ว บริษัท กำลังจะเรียกตัวอีกคนที่ไม่มีปริญญา แต่มีประสบการณ์เยอะ ส่วนเรามี ป.ตรี และ โท จากเมืองไทย และประสบการณ์พอสมควร การช่วยเหลือจากคนเดิมพูดโน้มน้าวให้ boss รับเข้าทำงาน

>

…. เริ่มงานเป็นทางการเมื่อวันที่ May 30, 2007 ถึง November 19, 2009 หลังจากคลอดลูกคนแรกได้หนึ่งเดือน

>

….ได้ เรียนรู้มากมายจากการทำงานกับอเมริกันเป็นครั้งแรก….เราต้องขยันเป็นสอง เท่า เพื่อพิสูจน์ว่าเราสามารถทำงานได้ … ช่วงทำงานก็เรียนมาตลอดไม่เคยหยุด เรียนศึกษาผู้ใหญ่ ภาคค่ำ เพื่อฝึกภาษาตัวเองให้แข็งแรง

>

…ข้อดีของการทำงานบริษัท เล็ก ๆ จะมีความยืดหยุ่นสูงมาก ทั้งด้านการขึ้นเงินเดือน และอะไรหลายๆ อย่าง …ข้อเสียคือ ผู้บริหาร ไม่ค่อยมีวินัย และทำอะไรก็ได้ โดยไม่มีใครกล้าขัดแย้ง ….และ นายจ้างจะไล่ใครออก และจ้างใครตอนไหนก็ได้….

>

แนะนำทุกคนที่อยากทำงาน และหางานในอเมริกา คือ ห้ามท้อ ห้ามหมดกำลังใจ การหางานนอกจากมีความสามารถ (ซึ่งว่าที่นายจ้างยังไม่รู้) ต้องอาศัยโชคช่วยอย่างมาก….

>

ถ้า เราได้สัมภาษณ์งานถือว่าเป็นโอกาสดีมาก อย่างน้อย เราก็มีคุณสมบัติที่เข้าข่าย เพราะการสัมภาษณ์งานคือการเลือกคนที่ มีบุคลิกภาพ เข้าทำงานเป็นทีม ในองค์กรนั้นได้ ขึ้นอยู่กับคนสัมภาษณ์ว่าเขาชอบเรามากน้อยแค่ไหน ถ้าเราไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องเสียใจ ไม่ใช่เราไม่มีความสามารถ แค่โอกาสของเรายังไม่มาถึงแค่นั้นเอง ….

>

ศึกษาข้อมูล บริษัที่เราจะไปสัมภาษณ์ คนสัมภาษณ์ถ้าเราสามารถรู้ได้ … อันนี้งานแรก ….เดี๋ยวจะมาเล่างานที่ สองและงานที่ สาม ณ ตอนต่อไปค่ะ….

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง


No comments yet... Be the first to leave a reply!

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.