Home » หางานทำในต่างแดน » ประสบการณ์การทำงานที่ 2 และ 3 ที่อเมริกา โดยพี่แหวน

ประสบการณ์การทำงานที่ 2 และ 3 (2nd & 3rd Job in the U.S. – Jan 2011 – Jan 2014)

ประสบการณ์การทำงานที่ 2 และ 3 ในอเมริกา โดยพี่แหวน

แอดมิน ขอขอบคุณ ประสบการณ์ ดีๆ ทีเป็นประโยชน์ จากพี่แหวน ด้วยครับ

เจ้าของบทความ

Waen W. Roll

https://www.facebook.com/wroll

ประสบการณ์การทำงานที่ 2 และ 3 ในอเมริกา โดยพี่แหวน

งานที่ 2 & 3 ที่อเมริกา

>

หลัง จากคลอดลูกคนแรก และออกจากทีทำงานครั้งแรก ก็พยายามหางาน ได้สัมภาษณ์งานที่ American Express & Intermountain Health Care, แต่ไม่ได้

>

ต้นปี 2010 จึงคุยกับสามีว่าจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย และอยากสอบเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาติ …

>

เศรฐ กิจที่ยูทาร์แย่มาก unemployment was 7.6% การแข่งขันสูง เลยตัดสินใจเรียนดีกว่า เนื่องจาก เราอยู่อเมริกาแค่ 3 years จึงต้องสอบ TOEFL ถึงจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยได้

>

ตั้งใจจะเรียนแค่ ป.ตรีบัญชีอีกใบ แต่ทางมหาวิทยาลัย มีกฏว่า ถ้าคุณมีปริญญาตรีด้านบริหารจากที่ได ๆ ในโลก ห้ามเรียนอีกใบที่นี่ ทางเลือกเดียวคือ เรียนโท….

>

เรียนภาษาที่มหาวิทยาลัย ประมาณ 3 เดือน และ ลงเรียน ภาคฤดูร้อน และ ภาคเรียน สุดท้ายของปี เรียน วิชาบัญชี 7 & 1 Law เล่ม ของ ปริญญาตรี ปี 5 ของเด็ก ๆที่นี่ ….

>

ที่จริงเราไม่ต้องเรียนก็ได้สามารถใช้วิชาของเราจากเมืองไทย โอนมา แต่เนื่องจากกฏแต่กต่างกันมาก และภาษี ก็คนละเรื่องกันเลย …

>

ตัดสินใจถูกต้องที่เรียนวิขาของเด็กปีห้า

>

งาน ที่ 2 คือ Teaching Assistant & Research Assistant คือเป็ผู้ช่วยสอนวิชา บัญชีสากล International Financial Reporting Standard และทำวิจัย เริ่มต้นเมื่อ January 1 – December 2011.

>

ระหว่างเป็นนักศึกษาปริญญาโท ของที่นี่เต็มเวลา เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกแบบ สำหรับการสอน และการเป็นผู้ประสานงานกับนักเรียนบัญชี…

>

ได้ งานเพราะตัวเอง ได้ทุนการศึกษา ซึ่ง บังคับให้เราได้งาน เป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย รับเงินเดือน ซึ่ง ครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่ตนเองเคยได้รับ แต่มีความสุขและสบายใจกับการทำงานมาก…..

>

ทุนการศึกษาของคณะบริหาร ไม่เหมือนคณะอื่นๆ เพราะไม่ได้เรียนฟรี แถมต้องทำงานให้ด้วย แต่ถือว่าเป็นเกียรติ์ เพราะคนจะมองว่าเราเก่ง

>

ตัว เองไม่ได้เป็นเด็ก 4.00 ป.ตรีได้แค่ 3.5 แต่ได้ทุน เพราะ คณะบดี ดูจากประวัติการทำงาน และความมุมานะ ที่เราเรียน วิชาบัญชี ปีสุดท้าย 5 เล่ม ในหนึ่งเทอม และได้ B มาตัวเดียวนอกนั้น AAA-A, จึงได้รับอนุมัติ

>

>

งานที่ 3, Data Coordinator/Accountant, February 2012, to January 2014

>

หลัง จากเรียนจบ ปริญญาโท ด้านการบัญชีที่ University of Utah ก็ เริ่มสมัครงาน อยากทำงานสำนักงานบัญชีใหญ่ ๆ แต่ไม่ได้ เพราะตัวเองมีครอบครัว ไม่สามารถย้ายไปทำงานที่รัฐอื่นๆ ได้….

>

เพื่อน ๆ สนิท ต้องย้ายออกจากรัฐเพราะทำงานกับ Big 4 , EY, Deloitte, KPMG, Price Water House…

>

หางานตั้งแต่เดือนสุดท้ายก่อนจด ได้รับการสัมภาษณ์มากมายหลาย ๆๆ ที่ แต่ไม่ได้รับการจ้างแบบเป็นทางการจากที่ใด ๆ …

>

ขณะ เดียวกัน ก็ไปขอลงเรียน คอร์ส กับอาจารย์ที่ปรึกษา (ฟรี) เพราะสนิทกับอาจารย์สอน อันนี้แนะนำให้น้อง ๆ เพื่อน ๆ ที่อยากเรียนต่อ ให้เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ กับอาจารย์ …

>

ประมาณต้น เดือน กุมภาพันธ์ 2012 บริษัทที่เราสมัครงานไว้ Rio Tinto, ตำแหน่งบัญชี ยกเลิกตำแหน่งงานประจำ ..เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะ เขาไม่ได้เรียกเราสัมภาษณ์อยู่แล้ว

>

วันต่อมา ฝ่ายบุคคลโทรมาบอกว่า ตำแหน่งที่คุณสมัครไว้เป็นพนักงานถูกยกเลิก แต่คุณยังสนใจ ทำงานแบบสัญญาจ้างไหม หลังจากทำงานได้ สามเดือน คุณมีโอกาสได้รับการบรรจุ “”” เราก็บอกว่า โอเคเลย เพราะบริษัทใหญ่มาก ชั่วคราว ช่างมัน ดีกว่าไม่มีงานทำ…

>

ได้ทำงานกับกลุ่ม Real Estate, พร้อมกับเพื่อน ชาวรัสเซีย พร้อมกัน แต่เพื่อนออกไปก่อน ชีไม่ชอบบรรยากาศ เราก็อดทนเอา แต่ผ่านไป สามเดือน นอกจากไม่ได้รบบรรจุได้ บริษัท ถูกตัดงบ ให้คนออกอีก แต่เราได้ทำงานต่อ อีก ทำงานอยู่นั้นเกือบ เจ็ดเดือน และ นายจ้างก็มาบอกว่า เราไม่มีงบประมาณ และไม่สามารถจ้างคุณเป็นพนกงานประจำได้ ….

>

แต่เรารุ้ว่า เขาสามารถจ้าง เด็กฝึกงานที่พ่อ เป็น director อยู่เป็นพนักงานประจำได้ เด็กคนงั้น จบ แค่การเงิน อีกต่างหาก ….

>

.เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถึงแม้จะเป็นบริษัท fortune 100 แต่เส้นก็เยอะ และเส้นใหญ่ ๆๆๆ มาก ๆๆๆ….

>

เราก็เริ่มหางานใหม่ ก็ได้สัมภาษณ์ สองสามที่แต่ก็ไม่ได้งาน คุยกับสามี ไปเยีย่มครอบครัวที่เมืองไทย สักเดือน

>

ต้น เดือน กันยายน หลังจากว่างงานได้ เดือน กว่า ๆๆ ก็มี HR ติดต่อมาอีก ว่างานนี้ชัวคราวนะ ไม่ประจำ แต่อาจจะประจำได้ ในอนาคต เราก็มีประสบการณ์แล้วว่า อย่าไปยึดอะไรกับฝรั่ง ทำงาน คือ งาน ประจำ หรือชั่วคราวก็คืองาน คิดแค่นั้น เศรฐกิจยิ่งอย่ ๆ อยู่

>

เรา ก็ไปสัมภาษณ์งานกับ Rio Tinto อีกรอบ งานนี้เป็นคนละหน่วยงานเรียกว่า Project Development and Innovation คนที่สัมภาณ์เราเต็มโต๊ะ เหมือนยังกะจะจ้างเราเป็นพนักงานประจำ (แต่ไม่ใช่) แบบเป็นทางการมาก การสัมภาษณ์งานราบรื่นเรียบร้อย

>

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ฝ่ายบุคคล โทรมาขอต่อ เงินเดือน เราก็ง่ายๆ เนาะ ไม่ต่อรองอะไร เพราะอยากทำงาน สรุป แล้วเรารู้ว่าได้งานใน วันต่อ มา รวม ๆ แล้วก็ตกงาน 2 เดือน (ตกงาน กลางเดือนสิงหา สัมภาษณ์งานใหม่ กลางเดือนกันยา ตรวจ ประวัติอีกเดือน)

>

การตรวจ background ย้อนไปถึง เมืองไทย 7 ปีที่ผ่านมา ใช้เวลาเกือบ 1 month ทั่วๆ ไป ถึงแม้เขาบอกว่าเราได้งาน ถ้าประวัติเราไม่ผ่าน เราก็ไม่ได้งาน เขาให้เริ่มงานได้ ต้นเดือน ตุลาคม แต่เราวางแผนจะกลับเมืองไทยอยู่แล้ว ก็เลยต่อรองขอเริ่มงานหลังกลับจากเมืองไทย ก็เริ่มทำงานจริง ๆ ปลายเดือตุลาคม “””

>

ทำงานได้ 6 เดือน ก็เริ่มตั้งท้องคนที่ สอง

>

รู้สึก ดีมากที่ทำงานกับหน่วยงานนี้ เป็นอะไรที่น่าสนใจ ไม่เกี่ยวกับบัญชีการเงินโดยตรง เราแค่ทำงานส่วนของ capital project การก่อสร้างสารธาณูประโภค ทำงานกับวิศวะ ที่อายุมากกว่า 50 ปี ส่วนใหญ่ ทำงานกับคนแก่ จะดีมาก ใจดี เจ้านายตัวเองก็เป็นวิศวะ รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ยูท่าร์ น่ารักมาก ….

>

ได้ ประสบการณ์มากมาย …รุ้สึกว่าเนื่องจากเรามีพื้นฐานทางการบัญชีและการเงินที่แน่น เราสามารถ ประยุกต์ความรู้ของเราเข้าทำงานกับหน่วยงานไหนก็ได้ และเราเรียนรู้ได้รวดเร็ว…

>

ทำงานได้ปี กว่า ๆ เนื่องจากเป็นงาน แบบ สัญญาจ้าง (ชั่วคราว) งบประมาณหมด โปรเจคทีทำอยู่เสร็จสมบูรณ์ แต่เนื่องจากว่าเรารู้จักกับบุคคลมากกมาย ทั้งในเหมืองแร่ และฝ่ายการเงิน และบังเอิญได้ทำงานกับกลุ่มเดิม ที่เคยทำมาก่อน

>

ฝ่าย ผลิต ของเหมือง ต้องการให้เราช่วยต่อเกี่ยวกับการวางแผน และการประสานงานด้านโครงการต่างๆ ของเหมือง อันนี้ใช้ความรู้เกี่ยวกับบัญชีการเงินล้วน ๆ การส่งมอบงานที่สร้างเสร็จให้กับเหมืองแร่…

>

Rio Tinto เป็นบริษัทเกี่ยวกับเหมืองแร่ทั่วโลก ใหญ่มากๆๆๆๆ ให้คนออกทุกๆ สามเดือนหรือหกเดือน ทุกครั้งที่ผล ไตรมาส ออก พนักงานใหม่ๆ สยอง กันไปหมด กลุ่มที่ทำงานอยู่ ออกไปกว่าครึ่ง คนทีทำอยุ่ ไม่ใช่เด็ก เส้นใหญ่ ๆ ก็ทำงานมานาน มากกว่า 30 ปี

>

ถึงแม้จะทำงานแบบสัญญาจ้าง แต่ ก็มีสวัสดิการพร้อมทุกอย่าง ฟรี ประกันสุขภาพ รีไทม์เม้น พร้อมเหมือนกับพนักงาน แต่ไม่มีสวัสดิการเรือ่งการศึกษา

>

ช่วง เวลาที่ทำงานกับ Rio Tinto เกือบ สองปี ย้าย ทำงาน สามหน่วยงาน มีข้อดีคือ ไม่มีใครมาเกาะ แกะ เจ้านายเป็นวิศวะ ไว้ใจเรา เราก็ใช้เวลาว่าง ๆ อ่านหนังสือสอบผู้สอบไปด้วย แต่ไม่ได้ใช้เวลาการทำงานอ่าน ดาวน์โหลด ใส่มือถือ อีกอย่างงานไม่เครียด มาก ๆๆๆ สบายๆ ๆ จ่ายโอเค ไม่มากเท่ากับงานแรก แต่ก็ไม่น้อย ทุกครั้งที่ไปทำงาน มีความสุข และไม่เคยเครียด หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการ เมือง แบบซีเรียส….

>

ระหว่าง นี้ได้รับการติดต่อจาก Recruiters บริษัทใหญ่ๆ หลายบริษัทเกี่ยวกับตำแหนง แต่เนื่องจากว่า ท้องใหญ่มากๆๆๆ ใกล้คลอด ก็ต้องปฎิเสธไป …

>

อีกที่คือจะได้อยู่แล้ว แต่เขาไม่สามารถรอจนกระทั้งเราคลอดลูกได้ ก็ผ่านไป

ข้อดีของการทำงานแบบชั่วคราว กับบริษัทใหญ่ ๆ คือ ได้เรียน รู้ระบบงานขององค์กรใหญ่ ๆ ถึงแม้สวสดิการจะไม่เท่าเที่ยม

>

สิ่ง ที่ทุกคนควรรู้ คือ การทำงานที่อเมริกา เขาจะให้เราออกจากงานวันไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุ ไมจำเป็นว่าเรามีความสามารถมาก แค่ไหน…..ไม่มีอะไรแน่นอน…

อยากให้ประวัติดี เรซุเม่สวย อย่าเลือกงาน อย่าเลือกว่าจ่ายมากจ่ายน้อย ให้เลือกว่า งานนั้นเป็นบันใดไปสู่งานที่ดี และประสบการณ์ที่ดีต่อไป

>>

>

ตอน ต่อไปจะเกียวกับงานที่ 4, Finance Generalist งานปัจจุบัน หลังคลอดลูกคนที่สอง และหลังจากสอบผ่านเป็นผู้สอบัญชีรับอนุญาติที่อเมริกา…

ประสบการณ์ทำงานที่ แรก ที่อเมริกา (1st job in the U.S. – May 2007 – Nov 2009)

เจ้าของบทความ : Waen W. Roll

https://www.facebook.com/wroll

แอดมิน ขอขอบคุณ ประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ จากพี่แหวน มากๆครับ

– See more at: http://www.thaitowntoday.com/524.html#sthash.PZFhpNi2.dpuf

ประสบการณ์ทำงานที่ แรก ที่อเมริกา (1st job in the U.S. – May 2007 – Nov 2009)

เจ้าของบทความ : Waen W. Roll

https://www.facebook.com/wroll

แอดมิน ขอขอบคุณ ประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ จากพี่แหวน มากๆครับ

– See more at: http://www.thaitowntoday.com/524.html#sthash.PZFhpNi2.dpuf

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง


No comments yet... Be the first to leave a reply!

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.